ดึงหน้าชั้น SMAS คืออะไร? แตกต่างจากการดึงหน้าแบบปกติอย่างไร
การมีใบหน้าที่หย่อนคล้อยตามวัยเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันการศัลยกรรมดึงหน้าช่วยให้เราย้อนวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเทคนิค “ดึงหน้าชั้น SMAS” (Superficial Muscular Aponeurotic System) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน มาดูกันว่าทำไมเทคนิคนี้ถึงดีกว่าการผ่าตัดดึงหน้าแบบทั่วไป
ความแตกต่างของการดึงหน้าชั้น SMAS vs การดึงหน้าแบบเดิม
1. ปรับแต่งโครงสร้างกล้ามเนื้อชั้นลึก
การดึงหน้าแบบเดิมมักเน้นไปที่การดึง “ผิวหนัง” ชั้นนอกให้ตึง ซึ่งอาจทำให้หน้าดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ และกลับมาหย่อนคล้อยได้เร็ว แต่การ ดึงหน้าชั้น SMAS จะเป็นการเข้าไปปรับแต่งโครงสร้างกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง ทำให้ใบหน้ายกกระชับจากชั้นกล้ามเนื้อ
2. ผ่าตัดเปลี่ยนจุดเกาะเอ็นยึดใบหน้าและจัดเรียงไขมัน
เทคนิคนี้ช่วยย้ายจุดเกาะของเอ็นยึดใบหน้า (Ligaments) และทำการจัดเรียงไขมันใหม่ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ตอบและยกส่วนที่ห้อย ให้ใบหน้าดูมีมิติและดูอ่อนเยาว์ลง
3. แผลเล็ก เย็บซ่อนรอย ลดการเกิดคีลอยด์
ด้วยเทคนิคการเย็บแบบละเอียดและการวางตำแหน่งแผลซ่อนตามแนวขอบหูหรือไรผม ทำให้รอยแผลเป็นจางลงได้เร็ว ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) ช่วยให้คนไข้มั่นใจได้มากขึ้นหลังการผ่าตัด
- ทำไมต้องเลือกดึงหน้าชั้น SMAS?
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-10 ปี: เพราะเป็นการแก้ที่โครงสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แค่ผิวหนัง
ฟื้นตัวไว: เทคนิคการผ่าตัดที่แม่นยำช่วยลดอาการบวมช้ำ
สนใจปรึกษาเรื่องการดึงหน้าที่ Master Bright Clinic
หากคุณต้องการแก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก หรือลำคอไม่กระชับ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Master Bright Clinic เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม




